Laura McLellan รองประธานฝ่ายวิจัยของ Gartner กล่าวว่า “เส้นแบ่งระหว่างการตลาดในรูปแบบดิจิทัลกับMarketingแบบดั้งเดิมนั้นยังคงไม่ชัด” ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งยังคงเป็นฝ่ายข้างน้อยในการตลาดของยุคดิจิทัลสำหรับในปี 2014 นั่นทำให้นักการตลาดสามารถจัดแจงและวางแผนกับส่วนประสมการตลาด (marketing mix) ได้ลงตัวกว่าปีก่อนๆ ที่อยู่ในรูปแบบInternetและออฟไลน์ ส่งผลให้โมเดลการซื้อของลูกค้าที่มีความช่ำชองด้านดิจิทัล ถูกเปลี่ยนมาเป็นการให้บริการตนเองมากขึ้น และสุดท้ายก็จะช่วยลดงบประมาณที่ใช้ในการเร่งยอดขายในรูปแบบเดิมๆ ได้ หรือกล่าวได้ว่าดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งจะช่วยเพิ่มผลกำไร ในขณะที่ใช้งบประมาณเท่าเดิม และยังช่วยเพิ่มประสบการณ์ของผู้บริโภคโดยการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านทางช่องทางต่างๆ ได้มากขึ้น
จากที่กล่าวมาข้างต้น จึงไม่มีปริศนาว่า เหตุใดดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งจึงเติบใหญ่ได้อย่างต่อเนื่องในปี 2015? แต่คำถามที่ตามมาคือ จะจัดสรรงบประมาณของดิจิทัลมีเดียอย่างไรดีให้มีศักยภาพสูงสุด? ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีโมเดลไหนที่จะเหมาะสมกับทุกธุรกิจ แม้ว่าคู่กัดทางตรงจะมีกลวิธีที่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้รับประกันว่าการจัดสรรงบประมาณแบบเดียวกันจะให้ข้อสรุปเหมือนกันเสียทีเดียว แต่สิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องทำในการเสนอช่องทางไปยังผู้บริโภคคือ ดูว่าผู้บริโภคจะมีปฏิสัมพันธ์กับหนทางเหล่านั้นยังไง
วิดีโอโฆษณา
ตามที่ eMarketer บริษัทวิจัยตลาดในโลกดิจิทัลพยากรณ์ว่า ในสหรัฐฯจะมีเม็ดเงินลงโฆษณาทางวิดีโอที่เพิ่มขึ้นไปตลอดจนถึงปี 2018 อีกงานวิจัยที่จัดทำโดย Interactive Advertising Bureau (IAB) พบว่า การลงโฆษณาวิดีโอออนไลน์ผ่านช่องทางอย่าง ยูธูป ก่อนที่จะลงโฆษณาทางทีวี จะช่วยเพิ่มประสิทธิผลของโฆษณาทั้งทางวีดีโอออนไลน์และทางทีวี การเติบโตแบบก้าวกระโดดของดิจิทัลวีดีโอและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของสื่อโฆษณาทางทีวีนั้น อาจจะแสดงให้นักการตลาดในสมัยนี้เล็งเห็นถึงเหตุจำเป็นที่จะต้องพิจารณาวิธีการที่ดีที่สุดในการจัดการเนื้อหาระหว่างหน้าจอทีวีและดิจิทัลวิดีโอ
สื่อโฆษณาบนโทรศัพท์เคลื่อนที่
ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่นักการตลาดควรเฝ้ามองในการแบ่งสรรงบประมาณ เราทราบกันดีว่าดิจิทัลทีวีและโฆษณาวีดีโอออนไลน์จะเติบโตอย่างมาก และในปี 2014 เราได้เห็นความหมายของการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือที่มีมากกว่าการใช้งานผ่านเดสก์ท็อปแล้วในประเทศสหรัฐอเมริกา หากเรานำสองอย่างนี้มารวมกัน จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ทวีคูณ เพราะผู้บริโภคจำนวนมากรับชมวีดีโอผ่านทางมือถือนั่นเอง ตามที่ KPCB Mary Meeker’s 2014 Internet Trends Report ได้สำรวจว่า 22% ของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมีการรับชมวิดีโอดิจิทัล
Content Marketing
เพราะรายการค้นหาหรือ search engine ในช่วงปัจจุบันสามารถทำความเข้าใจในคำค้นหาได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น ยิ่งมีการพัฒนาเนื้อหาให้มีคุณภาพมากเท่าใด ก็จะยิ่งส่งผลต่อการรับรู้ของผู้ใช้มากเช่นกัน ในปี 2014 เราได้เห็นการเชื่อมโยงระหว่าง SEO และ Content Marketing แล้ว และจะยิ่งเห็นมากขึ้นในปี 2015 ในขณะที่ Content Marketing ได้มีการเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ของ SEO และโซเชียลมีเดียนั้น ช่องทางการตลาดก็จะเติบโตอย่างเร็วไปตามๆ กัน นำไปสู่Marketingแบบ Influencer และบล็อกออนไลน์
เมื่อได้เห็นพลังของช่องทาง Marketing ในการขับเคลื่อนข้อมูล ข่าวสาร เนื้อหาสาระได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขั้นตอนเหล่านี้จึงถูก Retargeting หรือมีการกระตุ้นให้ผู้บริโภคกลับเข้ามาเลือกซื้อสินค้าและบริการอีก เห็นได้จากการศึกษาของ comScore ที่มีการ Retargeting สื่อโฆษณา ทำให้มีการค้นหาแบรนด์ผ่าน smart search เพิ่มขึ้นถึง 1046% และ 726% ของการเข้าชมเว็บไซต์ภายใน 4 สัปดาห์หลังจากที่มีการทำ Retargeting ถือว่าเป็นกำหนดการที่มีประสิทธิภาพมากในการสร้างโอกาสให้เกิดการซื้อสินค้ามากขึ้น
Sponsor : กีฬามันส์
No comments:
Post a Comment